15 07, 27: อัพเดทล่าสุด

อิสลามคือศาสนาที่สมบูรณ์ ตอนที่๑


hamka062-300x154

อิสลามคือศาสนาที่สมบูรณ์ ตอนที่๑

 

สาเหตุที่บ่งบอกว่าอิสลามเป็นศาสนาที่มีความสมบูรณ์เพราะ คำสอนของอิสลามได้ครอบคลุมทุกแง่มุมของชีวิต คำสอนของอิสลามได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งธรรมชาติของมนุษย์ ครอบคลุมทั้งส่วนที่เป็นปัจเจกบุคคลและสังคมส่วนรวม ครอบคลุมด้านวัตถุปัจจัย ด้านจิตวิญญาณ ความเชื่อศรัทธา ความรักผูกพัน เศรษฐกิจ สิทธิ และอื่น ๆ อิสลามมีหลักคำสอนที่สอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ มีคำอธิบายที่ละเอียดอ่อน ไพเราะ และมีความลุ่มลึก อิสลามได้สอนมนุษย์ทุกหมู่เหล่า ทุกชนชั้นวรรณะและทุกกาลเวลาและสถานที่

ผู้เชี่ยวชาญอิสลามแห่งยุโรปได้ทำการวิจัยอิสลามในทุกแง่ทุกมุม ทั้งหลักความเชื่อและหลักการปฏิบัติด้วยความละเอียดอ่อน และเขาได้สารภาพว่า อิสลามเป็นศาสนาเดียวที่กว้าง ลุ่มลึก และครอบคลุมทุกเรื่อง (กิตาบตะมัดดุนอุลุมอิสลาม)

 

จะขอนำเสนอบางประเด็นของอิสลามที่มีความครอบคลุม

 

พระผู้เป็นเจ้า กุรอาน และอิสลาม

พระผู้เป็นเจ้าของอิสลาม คือพระผู้อภิบาลของทุกสรรพสิ่ง ผู้นำเผ่า หรือประเทศตลอดจนสรรพสิ่งทั้งหลายเมื่อถึงเวลานมาซพวกเขาจะกล่าวว่า “มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก”

ทุกกาลเวลา ทุกสถานที่ และไม่ว่าสิ่งใดก็ตามถ้าหากมนุษย์ได้เรียกร้องจากพระองค์ พระองค์จะทรงตอบสนองให้ทั้งสิ้น ไม่มีขอบเขตจำกัดสำหรับอาตมันสากลของพระองค์ พระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหลายอัล-กุรอานกล่าวว่า “ความจำเริญพึงมีแด่พระผู้ซึ่งอำนาจอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และพระองค์คือผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสรรพสิ่ง” (อัล-กรุอาน บทอัล มุลก์ โองการที่ 1)

“พระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเจ้าปกปิดและสิ่งที่พวกเจ้าเปิดเผย และอัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในทรวงอก และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง” (อัล-กรุอาน บทอัล ตะฆอบุน โองการที่ 4/11)

“และเรา (อัลลอฮฺ) นั้นใกล้ชิดเขายิ่งกว่าเส้นเลือดชีวิตของเขาเสียอีก” (อัล-กรุอาน บทอัล กอฟ โองการที่ 16)

 

แน่นอนพระองค์ไม่ทรงเหมือนกับพระเจ้าจอมปลอมทั้งหลาย และไม่มีสิ่งใดเหมือนกับพระองค์ พระองค์ทรงไร้ซึ่งสถานะพระองค์จึงไม่ต้องการสถานที่ เพราะพระองค์คือผู้ทรงสร้างสถานที่และสรรพสิ่ง

พระองค์ทรงอยู่เหนือกาลเวลา และกาลเวลาเป็นสิ่งถูกสร้างหนึ่งของพระองค์ พระองค์ทรงดำรงอยู่อย่างเป็นนิรันดร ไม่มีการเริ่มต้นและสิ้นสุด ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีสิ่งใดคล้ายเหมือนพระองค์อัล-กุรอาน กล่าวว่า “ไม่มีสิ่งใดเหมือนพระองค์ พระองค์ทรงได้ยิน ทรงมองเห็น” (อัล-กรุอาน บท อัชชูรอ โองการที่ 11)
อาตมันสากลของพระองค์ปราศจากการนอนหลับ ความเหน็ดเหนื่อย การสำนึก และการผิดพลาด อัล-กุรอานกล่าวว่า “อัลลอฮ์นั้น คือพระเจ้าซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ผู้ทรงมีชีวิตเป็นนิรันดร ผู้ทรงบริหาร โดยที่การง่วงนอนและการนอนหลับจะไม่ครอบงำพระองค์” (อัล-กรุอาน บท อัล บะเกาะเราะฮฺ โองการที่ 255)

พระองค์ทรงเป็นเอกะไม่มีสิ่งใดเหมือนหรือคล้ายกับพระองค์ พระองค์มิใช่บิดาหรือมารดา พระองค์ไม่ใช่ผู้ให้กำเนิดและถูกกำเนิดโดยสิ่งอื่น พระองค์ไม่มีผู้ช่วยเหลือในการบริหารกิจการงาน พระองค์ไม่ทรงมีหุ้นส่วนและสิ่งนี้เป็นความจริงดังที่อัล-กุรอาน กล่าวว่า

“จงกล่าวเถิด มุฮัมมัด พระองค์คืออัลลอฮฺผู้ทรงเอกะ อัลลอฮฺทรงเป็นที่พึ่ง พระองค์ไม่ทรงกำเนิด และไม่ทรงถูกกำเนิด และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์” (อัล-กรุอาน บทอัล อิคลาศ)

พระผู้เป็นเจ้าของอิสลามคือพระผู้ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม พระผู้ทรงสร้าง ทรงเปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา ทรงร่ำรวย ทรงเป็นที่พึ่ง ทรงเป็นผู้ประทานปัจจัยยังชีพ ทรงอภัย ทรงสง่างาม ทรงยิ่งใหญ่ ทรงเดชานุภาพ ทรงรอบรู้ ทรงปราศจากความต้องการ และทรงประกอบด้วยพระลักษณะอื่นๆ อีกมากมาย พระองค์ทรงตอบสนองการเรียกร้องของมนุษย์ตามความเหมาะสมด้วยกับความเมตตาของพระองค์ดังที่พระองค์ตรัสว่า “และแท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงเอ็นดู ผู้ทรงเมตตาเสมอต่อพวกเจ้า” (อัล-กรุอาน บทอัล ฮะดีด / 9)

 

ความเสมอภาคในอิสลาม

การแบ่งชั้นวรรณะ เผ่าพันธุ์ และการแบ่งแยกสีผิวในอิสลามนั้นถือว่าเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุด อิสลามถือว่ามุสลิมทุกคนมีความเสมอภาคกัน เท่าเทียมกันจะต่างกันตรงความศรัทธาและความยำเกรงที่มีต่ออัลลอฮฺ (มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์) อัล-กุรอาน กล่าวว่า “โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าเป็นเพศชายและเพศหญิงและเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่า และตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกัน แท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮ.คือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่ง แท้จริงอัลลอฮทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน” (อัล-กรุอาน บทอัล หุจญ์รอต โองการที 13)

 

อิสลามกับเสรีภาพทางความคิด

อิสลามเป็นศาสนาที่ตั้งมั่นอยู่บนเหตุผล และหลักฐานและมีความอิสระทางความคิด อิสลามมิใช่ศาสนาที่คลุมถุงชนทางความคิด หรือมีบีบบังคับให้เชื่อเพียงอย่างเดียวโดยไม่รับฟังเหตุผลของคนอื่น อัล-กุรอาน กล่าวว่า “ไม่มีการบังคับใด ในศาสนาอิสลามแน่นอนความถูกต้องนั้นได้เป็นที่กระจ่างแจ้งแล้วจากความผิด” (อัล-กรุอาน บทอัล บะเกาะเราะฮฺ โองการที่ 256)

อิสลามถือว่าเป็นความจำเป็นสำหรับมุสลิมทุกคน ที่ต้องมีการตรวจสอบความเชื่อศรัทธาก่อนที่เขาจะเชื่อในเรื่องนั้น อิสลามไม่อนุญาตให้เชื่อสิ่งใดโดยปราศจากเหตุผล และหลักฐานหรือเชื่อโดยไม่ใช้สติปัญญา แม้ว่าบทบัญญัติบางอย่างของอิสลามจะเป็นการปฏิบัติตามเพียงอย่างเดียวก็ตาม (ตะอับบุดี) โดยไม่มีคำถามว่าทำไม เพื่ออะไร เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า บทบัญญัติเหล่านั้นได้เริ่มมาจากเทวโองการ ปราศจากความผิดพลาด และผู้ที่ทำการสั่งสอนบทบัญญัติคือ ท่านศาสดาและอิมามผู้บริสุทธิ์

อิสลามได้ห้ามการปฏิบัติตามความเชื่อของบิดามารดาในเรื่องเกี่ยวกับศาสนา แต่ได้สั่งว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้สูเจ้าต้องใช้สติปัญญาใคร่ครวญเอาเอง ขณะเดียวกันได้กำชับว่าต้องเป็นสติปัญญาที่มีความแข็งแรงพอในการขบคิดหาเหตุผล และปฏิบัติตามความเชื่อมั่นและความรู้ ดังอัล-กุรอาน กล่าวว่า “และอย่าติดตามสิ่งที่เจ้าไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น แท้จริงหู และตา และหัวใจ ทุกสิ่งเหล่านั้นจะถูกสอบสวน” (อัล-กรุอาน บทอัล อิสรอ โองการที่ 36)

อิสลามได้กล่าวกลุ่มชนที่ปฏิเสธความจริงว่า พวกเจ้าอธิบายเหตุผล และปัญหาต่าง ๆ ที่พวกเจ้าไม่เชื่อมา หลังจากนั้นจงฟังคำตอบ อัล-กุรอาน กล่าวว่า “และพวกเขากล่าวว่า จะไม่มีใครเข้าสวรรค์เลย นอกจากผู้ที่เป็นยิวหรือเป็นคริสเตียนเท่านั้นนั่นคือความเพ้อฝันของพวกเขา จงกล่าวเถิดว่า พวกท่านจงนำหลักฐานของพวกท่านมา ถ้าพวกท่านเป็นผู้พูดจริง” (อัล-กรุอาน บทอัล บะเกาะเราะฮฺ โองการที่ 111)

ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นว่ามีพวกยะฮูดี และพวกนัศรอนีจำนวนมากได้วิพากษ์กับท่านศาสดา และบรรดาอิมามบนเรื่องราวของศาสนาในศตวรรษต่อมาเช่นกันพวกชนกลุ่มน้อยมักนิยมทำการวิพากษ์กับบรรดา นักปราชญ์และ(ผู้รู้)ของอิสลามบนเรื่องราวของศาสนาเช่นกัน ตามที่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกเอาไว้

เจ้าของหนังสือ ตะมัดดุนอิสลาม ได้บันทึกไว้ว่า ในแบกแดดได้จัดประชุมหลายต่อหลายครั้งซึ่งในแต่ละครั้งได้มีตัวแทนจาก ยะฮูดี นัศรอนี ฮินูด และดะห์รีเข้าประชุมด้วย พวกเขามีอิสระในการพูด และต้องอดทนฟังเหตุผลของฝ่ายอื่น สิ่งหนึ่งที่ผู้จัดได้ขอร้องพวกเขาคือ การวิพากษ์ของพวกเขาต้องตั้งมั่นอยู่บนเหตุผลของสติปัญญา

เจ้าของหนังสือ ตะมัดดุนอิสลาม ได้พูดเสริมว่า ถ้าหากเราพิจารณาให้ดีจะพบว่าหลังจากเวลาได้ผ่านไปเป็นพันๆปีแล้วสงครามที่โหดร้ายจำนวนหลายครั้งได้เกิดขึ้น การนองเลือด และการเข่นฆ่าตามอารมณ์ต้องการของตัวเองก็ได้ผ่านมาชนิดนับครั้งไม่ถ้วน แต่จนถึงปัจจุบันนี้พวกยุโรปยังไม่สามารถค้นหาความอิสระให้กับตัวเองได้ (ตะมัดดุนอิสลาม หน้าที่ 713-715)

 

อิสลามกับการเชิญชวนไปสู่เหตุผลและการศึกษา

อาจกล่าวได้ว่าอิสลามเป็นศาสนาเดียวที่เรียกร้องให้มนุษยชาติทำการขบคิดในเรื่องต่างๆ จุดประสงค์ต้องการให้มนุษย์ใช้สติปัญญาคิดก่อนที่จะทำ หรือก่อนที่จะเชื่อในสิ่งนั้น อัล-กุรอานมักเชิญชวนให้มนุษย์คิดถึงการสร้าง ท้องฟ้า กาลเวลา กลางวัน กลางคืน มนุษย์ สัตว์ และโลก โดยกล่าวว่า “แท้จริงในการสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน การสับเปลี่ยนกลางคืนและกลางวัน เรือที่วิ่งอยู่ในทะเล พร้อมด้วยสิ่งที่อำนวยประโยชน์แก่มนุษย์ และน้ำที่อัลลอฮฺได้ทรงหลั่งลงมาจากฟากฟ้า ทรงให้แผ่นดินมีชีวิตชีวาขึ้นด้วยน้ำนั้นหลังจากที่มันตายไปแล้ว และทรงให้สัตว์แต่ละชนิด แพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดิน และทรงให้ลมพัดเปลี่ยนทิศทาง และทรงให้เมฆกำหนดผันแปรไประหว่างฟากฟ้าและแผ่นดิน แน่นอนสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณแก่กลุ่มชนที่ใช้ปัญญา” (อัล-กรุอาน บทอัลบะเกาะเราะฮฺ โองการที่ 164)

อัล-กุรอานได้แนะนำให้คิดถึงวิถีชีวิตของคนในอดีต สาเหตุที่พวกเขาได้พบกับจุดจบ และสาเหตุที่พวกเขาได้เจริญรุ่งเรืองเพื่อเป็นแบบอย่างให้ชีวิตของเราออกห่างจากความตกต่ำเหล่านั้น อัล-กุรอานกล่าวว่า “แน่นอนได้ผ่านมาแล้วก่อนพวกเจ้าแนวทางต่างๆ ดังนั้นพวกเจ้าจงท่องเที่ยวไปในแผ่นดินแล้วจงดูว่าบั้นปลายของบรรดาผู้ปฏิเสธเป็นอย่างไร” (อัล-กรุอาน บทอัล อาลิอิมรอน โองการที่ 137)

อิสลามต้องการให้มนุษย์มีการพัฒนาด้านความคิดตลอดเวลา แม้กระทั่งการคิดถึงสิ่งที่อยู่ห่างไกลจากมนุษย์ซึ่งมันจะไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ก็ตามเพื่อให้มนุษย์ได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดกับตัวเอง

ด้วยเหตุนี้อิสลามได้สนับสนุนความก้าวหน้าทางความคิดและการศึกษา ตลอดจนการค้นคว้าและวิจัยต่างๆ ที่รับใช้มนุษย์ จากจุดนี้จึงเห็นได้ว่านักวิชาการของอิสลามที่ได้เกิดขึ้นในศตวรรษหลังอิสลาม ได้พยายามค้นคว้าด้านวิชาการจนประสบความสำเร็จและเป็นที่เชื่อถือของโลกภายนอกอาทิเช่น ท่านญาบีรฺ ฮัยยยาน, ท่านรอซีย์, อิบนิซีนา, และคอญิอฺนัศรุดดีน ฏูซีย์ ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ประสบความสำเร็จในด้านปรัชญา ตรรกวิทยา ชีวะวิทยา ดาราศาสตร์ เคมีและอื่นๆ ผลงานของท่านเหล่านี้เป็นที่ยอมรับของสังคมทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม โดยเฉพาะตำราด้านการแพทย์ของท่านอบูอะลีซีนาได้ถูกนำไปสอนในมหาวิทยาลัยแถบยุโรปเมื่อปลายศตวรรษที่แล้วนี้เอง (เจ้าของหนังสือตะมัดดุนอิสลาม Dr.Gostavl ได้บันทึกไว้ในหนังสือประวัติอารยธรรมอิสลามและอาหรับ หน้าที่ 710 พิมพ์ครั้งแรกว่า ความรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อัลบิรต์มีเขาได้เรียนรู้มาจากอบูอะลีซีนา ทั้งสิ้น)

ท่านญุรฺญี ซัยดาน เป็นคริสเตียนคนหนึ่งได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับ ตะมัดดุนอิสลาม ท่านได้เขียนว่า “เมื่ออารยธรรมอิสลามได้วางรากฐานขึ้น ทำให้เกิดนักวิชาการใหม่ขึ้นมากมายในหมู่มุสลิมและผลงานของท่านได้กลายเป็นมูลฐานสำคัญในบางสาขาวิชาการ ประกอบกับนักวิชาการรุ่นใหม่ได้ทำการค้นคว้าเพิ่มเติมเป็นการเพิ่มสีสันให้กับวิชาการ ซึ่งมีความเหมาะสมกับอารยธรรมอิสลามในสมัยใหม่มาก” (ตารีคตะมัดดุนอิสลาม, ญุรฺญีซัยดาน หน้าที่ 598)
นักปราชญ์ท่านหนึ่งได้เขียนว่า “ถ้าหากอิสลามได้ออกนอกสาระบบ ประวัติศาสตร์ วิชาการสมัยใหม่ของยุโรปต้องล้าหลังไปอีกหลายศตวรรษเลยทีเดียว” ตะมัดดุนอิสลาม, (หน้าที่ 706-715)

 

 

thaitalabeh.com

theleader.co

 



โพสต์การตอบสนอง

ใหม่ล่าสุด
10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนท่านนบี ซ.ล. ทำอะไร ? 10 ข้อควรรู้ในช่วงสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน 11 สิ่งที่คุณควรทำในค่ำคืนของเดือนรอมฎอน ดุอาอฺในวันอีด เลิกซะ 7 สิ่งที่ทำให้ริสกี ของคู่ชีวิตลดลง ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สุดยอด! อ่านซูเราะฮ อัล-มุลกฺ ทุกคืน แล้วคุณจะปลอดภัยจากสิ่งนี้ สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ หนังสืออนุมัติวันลาหยุดทหารเนื่องในวันอีฏิ้ลฟิตริ ฮ.ศ.1438 ปิดใจ ฮีโร่หนุ่มมุสลิมช่วยชีวิตเหตุเพลิงไหม้แฟลตในลอนดอน ใครที่จำเป็นต้องถือศีลอดรอมฎอน หะดีษเก๊! ผลบุญการละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ 30 คืน ในเดือนรอมฎอน หยุดแชร์ ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด นักธุรกิจมุสลิมกว่า 100 ท่าน ร่วมพลังงานละศีลอด มุ่งมั่นเดินหน้าร่วมมือธุรกิจ จุฬาฯ ประกาศดูดวงจันทร์กำหนดวันที่ 1 เดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) 1438 ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ ศาลอุทธรณ์ถอนคำสั่ง“ทรัมป์”ห้ามมุสลิมเข้าประเทศ อีกแล้ว! นอร์เวย์เสนอร่างกฎหมายห้ามแต่งกายปิดหน้าในโรงเรียน
เกี่ยวกับองค์กร  •  RSS  •  ติดต่อเรา
The Leader