17 04, 09: อัพเดทล่าสุด

“อะตา อัลลาห์” หัวหน้ากลุ่มกบฏโรฮิงญา ประกาศ เดินหน้าสู้ แม้ต้องตาย จนกว่า “ซูจี” จะคุ้มครองชนกลุ่มน้อย


 อะตา อัลลาห์ ผู้ที่ถูกนักวิเคราะห์และคนท้องถิ่นระบุว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มก่อความไม่สงบชาวมุสลิมโรฮิงญา ปรากฎภาพอยู่บนแล็บท็อประหว่างให้สัมภาษณ์ผ่านโปรแกรม Skype กับรอยเตอร์ในนครย่างกุ้ง. — Reuters.

รอยเตอร์ – แกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบชาวมุสลิมโรฮิงญา กล่าวว่า กลุ่มของเขาจะยังเดินหน้าสู้ต่อแม้จะมีคนเสียชีวิตเป็นล้านคน จนกว่านางอองซานซูจี ผู้นำพม่า จะดำเนินมาตรการคุ้มครองชนกลุ่มน้อยทางศาสนา

การโจมตีด่านชายแดนพม่าในเดือน ต.ค. เมื่อปีก่อน โดยกลุ่มก่อความไม่สงบไม่ทราบฝ่ายก่อนหน้านี้ ได้จุดวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดของปีภายใต้การบริหารประเทศของซูจี ที่ทำให้ชาวโรฮิงญามากกว่า 75,000 คน ต้องหลบหนีการปราบปรามของทหารข้ามไปฝั่งบังกลาเทศ

ในการให้สัมภาษณ์สื่ออย่างเป็นอิสระครั้งแรก อะตา อัลลาห์ ที่นักวิเคราะห์ และคนท้องถิ่นระบุว่าเป็นหัวหน้ากลุ่ม กล่าวปฏิเสธความเกี่ยวข้องต่อกลุ่มหัวรุนแรงอิสลามต่างประเทศ และกล่าวว่ากลุ่มของเขามุ่งเน้นที่สิทธิของชาวโรฮิงญา ที่ถูกกดขี่ข่มเหงด้วยน้ำมือของชาวพุทธพม่า

“หากเราไม่ได้สิทธิของเรา ไม่ว่าจะ 1 ล้านคน 1.5 ล้านคน หรือชาวโรฮิงญาทั้งหมดจำเป็นต้องตาย เราก็จะตาย เราต้องได้สิทธิของเรา เราจะสู้กับรัฐบาลทหาร” อะตา อัลลาห์ กล่าวผ่านวิดีโอคอล จากสถานที่ที่ไม่เปิดเผย

รายงานของสหประชาชาติที่เผยแพร่เมื่อเดือนก่อนระบุว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงของพม่าได้กระทำการสังหารหมู่ และรุมข่มขืนชาวโรฮิงญาระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างปราบปรามผู้ก่อเหตุไม่สงบ ที่อาจเทียบได้กับการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ฝ่ายทหารปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่า ทหารมีส่วนร่วมในปฏิบัติการปราบปรามการผู้ก่อความไม่สงบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

“ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย” ซอ เต โฆษกของนางอองซานซูจี กล่าวตอบคำถามของรอยเตอร์ถึงควาเห็นของแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบ

“หากพวกเขาโจมตีเรารุนแรง เราจะตอบโต้ในแนวทางเดียวกัน ไม่มีที่ใดในโลกที่จะยินยอมต่อความรุนแรง” ซอ เต กล่าว

ชาวโรฮิงญามากกว่า 1 ล้านคนอาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ คนเหล่านี้ถูกปฏิเสธการเป็นพลเมือง เสรีภาพในการเคลื่อนไหว และการเข้าถึงบริการต่างๆ เช่น การดูแลสุขภาพ การปะทะรุนแรงระหว่างชาวโรฮิงญาและชาวพุทธยะไข่ปะทุขึ้นในปี 2555 ที่ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตมากกว่า 100 คน และอีกราว 140,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน

“ในปี 2555 หลายสิ่งเกิดขึ้น และพวกเขาฆ่าเรา เราเข้าใจในเวลานั้นว่าพวกเขาจะไม่ให้สิทธิแก่เรา” อะตา อัลลาห์ กล่าว

รายงานของกลุ่มวิกฤตการณ์นานาชาติ ในเดือน ธ.ค. ระบุว่า กลุ่มก่อความไม่สงบที่ในทีแรกเรียกตัวเองว่า ฮาราคาห์ อัล-ยาคิน ก่อตั้งขึ้นโดยชาวโรฮิงญาที่อาศัยอยู่ในซาอุดิอาระเบียหลังเกิดเหตุความรุนแรงปี 2555

รายงานระบุว่า อะตา อัลลาห์ ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอหลายชิ้นซึ่งอ้างความรับผิดชอบเหตุการณ์โจมตีด่านชายแดนตำรวจเมื่อวันที่ 9 ต.ค. เป็นหัวหน้ากลุ่ม

อะตา อัลลาห์ กล่าวว่า หลายสิบปีของความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติของคนเหล่านั้นส่งผลให้ชาวโรฮิงญาหลายร้อยคนเข้าร่วมกับเขาหลังเดินทางกลับยะไข่ ภายหลังจากที่อาศัยอยู่ในบังกลาเทศ และซาอุดีอาระเบียหลายปี

“เราไม่สามารถเปิดไฟตอนกลางคืน เราไม่สามารถเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งระหว่างวัน ทุกที่มีแต่ด่านตรวจ นั่นไม่ใช่วิธีที่มนุษย์ใช้ชีวิต” อะตา อัลลาห์ กล่าว

ในวิดีโอหลายชิ้นก่อนหน้านี้ อะตา อัลลาห์ ได้อ้างถึงคัมภีร์อัลกุรอาน และเรียกร้องการทำญิฮาด

ซอ เต โฆษกของนางอองซานซูจี กล่าวว่า รัฐบาลเรียกร้องให้ประชาคมโลกพิจารณาความเป็นมาของกลุ่ม ซึ่งเชื่อมโยงกับองค์กรก่อการร้ายจากตะวันออกกลาง

แต่อะตา อัลลาห์ ระบุว่า กลุ่มของเขาที่เปลี่ยนชื่อจาก ฮาราคาห์ อัล-ยาคิน เป็น Arakan Rohingya Salvation Army ไม่มีความเกี่ยวข้องต่อกลุ่มก่อการร้าย หรือได้รับการสนับสนุนจากภายนอก

“เราไม่มีกลุ่มที่ช่วยเหลือเราอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจากที่นี่ หรือต่างประเทศ เราอยู่รอดด้วยการขายวัวควาย” อัลลาห์ กล่าว

แม้ทหารจะระบุว่า ปฏิบัติการกวาดล้างในรัฐยะไข่สิ้นสุดลงแล้ว แต่ อะตา อัลลาห์ ไม่ได้ตอบหลายคำถามที่เกี่ยวข้องต่อยุทธศาสตร์ในอนาคตของกลุ่ม สถานที่ตั้งในปัจจุบัน หรือจำนวนนักรบที่ยังอยู่กับเขา

วิกฤตโรฮิงญาที่เกิดขึ้นนับเป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดต่อรัฐบาลของอองซานซูจี ที่ครบรอบหนึ่งปีในการบริหารประเทศไปเมื่อวันพฤหัสฯ แต่บรรดาผู้พิทักษ์ซูจีกล่าวว่า ซูจี ทำอะไรได้ไม่มาก เพราะรัฐธรรมนูญทำให้ซูจีไม่สามารถควบคุมทหารได้

“ประชาชนตกอยู่ในปัญหา ทหารโหดร้ายรุนแรงต่อคนในชุมชนโรฮิงญา ซูจี ควรพูดหรือทำอะไรบางอย่างเพื่อคนเหล่านั้นในฐานะเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ แต่หากเธอพยายามที่จะทำอะไรเพื่อเรา ทหารจะทำบางอย่างกับรัฐบาลของเธอ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอไม่ปกป้องเรา” อะตา อัลลาห์ กล่าว.

ที่มา          manager.co.th 



โพสต์การตอบสนอง

ใหม่ล่าสุด
10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนท่านนบี ซ.ล. ทำอะไร ? 10 ข้อควรรู้ในช่วงสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน 11 สิ่งที่คุณควรทำในค่ำคืนของเดือนรอมฎอน ดุอาอฺในวันอีด เลิกซะ 7 สิ่งที่ทำให้ริสกี ของคู่ชีวิตลดลง ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สุดยอด! อ่านซูเราะฮ อัล-มุลกฺ ทุกคืน แล้วคุณจะปลอดภัยจากสิ่งนี้ สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ หนังสืออนุมัติวันลาหยุดทหารเนื่องในวันอีฏิ้ลฟิตริ ฮ.ศ.1438 ปิดใจ ฮีโร่หนุ่มมุสลิมช่วยชีวิตเหตุเพลิงไหม้แฟลตในลอนดอน ใครที่จำเป็นต้องถือศีลอดรอมฎอน หะดีษเก๊! ผลบุญการละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ 30 คืน ในเดือนรอมฎอน หยุดแชร์ ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด นักธุรกิจมุสลิมกว่า 100 ท่าน ร่วมพลังงานละศีลอด มุ่งมั่นเดินหน้าร่วมมือธุรกิจ จุฬาฯ ประกาศดูดวงจันทร์กำหนดวันที่ 1 เดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) 1438 ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ ศาลอุทธรณ์ถอนคำสั่ง“ทรัมป์”ห้ามมุสลิมเข้าประเทศ อีกแล้ว! นอร์เวย์เสนอร่างกฎหมายห้ามแต่งกายปิดหน้าในโรงเรียน
เกี่ยวกับองค์กร  •  RSS  •  ติดต่อเรา
The Leader