15 07, 10: อัพเดทล่าสุด

ลัทธิไซออนิสต์ และแผนการก่อตั้งรัฐอิสราเอล


images (5)

ปี ค.ศ. 1770 นักลงทุนข้ามชาติได้ร่วมประชุมก่อตั้งมูลนิธิร็อธไชลด์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมันและได้มอบหมายให้ยิวคนหนึ่งชื่อ อดัม ไวส์เฮาพต์ (Adam Weishaupt) ร่างบันทึกข้อสนธิสัญญาของนักปราชญ์อาวุโสแห่งไซออนให้เป็นปัจจุบัน อดัมได้ร่างบันทึกข้อสนธิสัญญาดังกล่าวอย่างสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1776 เนื้อหาหลักที่ได้รับการบรรจุในแผนนี้คือ ทำลายระบอบการเมืองและคำสอนศาสนาที่มีอยู่ เพื่อเปิดทางให้กับยิวในการครอบครองโลก

 

517

ไซออน เป็นชื่อของภูเขาลูกหนึ่งของเยรูซาเล็โบราณ ชาวยิวเชื่อว่าท่านศาสดาดาวูดได้สร้างสักการะสถานหลังหนึ่งไว้บนนั้น จึงถือกันว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ชาวยิวนำเอามันมาใช้ประโยชน์และตั้งให้คำว่าไซออนเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งหมายอันห่างไกลของตน จึงกลายเป็นลัทธิไซออนิสม์ (Zionism)

 

เผยแพร่แนวคิดของยิวที่มีการบิดเบือนแทนที่ความเชื่อทางศาสนายุแหย่ประชาคมโลกให้เกิดความหวาดระแวงบาดหมางและปะทุสงครามระหว่างกัน ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความขัดแย้งด้านเศรษฐกิจการเมือง ดินแดน เผ่าพันธุ์ ความเชื่อและแนวคิดระหว่างคนในชาติเพื่อให้เกิดความขัดแย้งตลอดเวลา และเป็นโอกาสให้แก่ยิวในการควบคุมสถานการณ์และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

ปี ค.ศ. 1776 ได้จัดตั้งองค์กรรัศมีแห่งพระเจ้า โดยสามารถรวบรวมบุคคลที่มีชื่อเสียงจากทุกสาขาอาชีพไม่ว่าด้านศิลปะ ภาษา การศึกษา นักวิชาการ เศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจจำนวนเกือบ 2,000 คน พร้อมกำหนดมาตรการสำคัญที่จะต้องยึดเป็นแนวปฏิบัติ ได้แก่

 

  1.ใช้อำนาจเงินและสตรีในการควบคุมผู้มีอิทธิพลและผู้มีตำแหน่งบทบาทสำคัญในทุกระดับชั้นของสังคม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐเอกชนหรือประชาสังคมก็ตาม ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ขององค์กร

 

            2.สมาชิกที่เป็นนักวิชาการและอยู่ในแวดวงทางการศึกษา จะต้องให้ความสำคัญกับนักศึกษาที่เรียนดี หรือมาจากครอบครัวชั้นสูง เพื่อสร้างเป็นทายาทในการเผยแพร่แนวคิดขององค์กร ทั้งนี้ด้วยการให้ทุนการศึกษาและสนับสนุนด้านการเรียนของพวกเขาอย่างเต็มที่

 

            3.ต้องผลักดันบุคคลที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อแนวคิดนี้ให้เป็นผู้นำรัฐบาลหรือเป็นหัวหน้าส่วนราชการ โดยมีองค์กรนี้เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้เพื่อจะได้ปฏิบัติแผนการขององค์กรได้อย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

            4.สมาชิกทุกคนต้องพยายามเข้าไปมีบทบาทด้านหนังสือพิมพ์และสื่อประชาสัมพันธ์ทุกแขนง เพื่อสามารถเผยแพร่แนวคิดและชี้นำมวลชนตามความต้องการขององค์กร

 

หลังจากนั้นองค์กรนี้ ได้เข้าไปซึมซับในองค์กรต่างๆ ทั่วโลกในรูปแบบและชื่ออันหลากหลาย จนกระทั่งเกิดปฏิวัติฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1798 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างปี ค.ศ. 1914-1918 และสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างปี ค.ศ. 1930-1945

 

623

            แนวคิดเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐยิว ได้เริ่มอย่างเป็นรูปธรรมโดยรัฐบาลอังกฤษที่ได้ก่อตั้งสถานกงสุลครั้งแรกที่เมืองกุดส์ระหว่างปี ค.ศ. 1839-1840 ซึ่งรัฐบาลอังกฤษได้ประกาศเจตนารมณ์ในการปกป้องยิวในขณะที่หนังสือพิมพ์ไทมส์ของอังกฤษช่วงนั้นได้เริ่มปลุกกระแสความเป็นไปได้ของการก่อตั้งรัฐอิสราเอลโดยการอุดหนุนของรัฐบาลอังกฤษหลังจากนั้นมีการส่งเอกอัครราชทูตอังกฤษและสหรัฐอเมริกาเพื่อติดต่อเจรจากับสุลฏอนอับดุลฮามิด กษัตริย์ราชวงศ์อุษมานียะฮฺ เกี่ยวกับโครงการการให้พำนักแก่ชาวยิวในฟิลัสฏีน ซึ่งได้รับการปฏิเสธจากสุลฏอนอับดุลฮามิดพร้อมกล่าวว่า ชาวยิวสามารถพำนัก ณ ส่วนใดก็ได้ในแผ่นดินที่ครอบครองโดยอาณาจักรอุษมานียะฮฺ ยกเว้นฟิลัสฏีนพระองค์ไม่เพียงปฏิเสธข้อเสนออย่างเดียว แต่ยังออกกฎหมายปี ค.ศ. 1880 ห้ามมีการอพยพชาวยิวเข้ามาพำนักในฟิลัสฏีนและห้ามชาวยิวครอบครองที่ดินในฟิลัสฏีน กฎหมายในลักษณะดังกล่าวได้มีการรื้อฟื้นขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1893 โดยกำชับห้ามชาวยิวทำการซื้อขายที่ดิน ณ ดิน แดนฟิลัสฏีนโดยเด็ดขาด

 

ราวปี ค.ศ. 1897 ได้มีการก่อตั้งกลุ่มลัทธิไซออนิสต์ (Zionism) โดยกลุ่มชาวยิวปัญญาชนและพ่อค้ายิวที่ทำมาหากินจนร่ำรวยจากทั่วทุกมุมโลกจำนวน 900 คน ซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรยิว กว่า 600 องค์กรได้ จัดประชุมที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำชาวยิวเข้าไปตั้งถิ่นฐานสร้างชาติยิวขึ้นใหม่บนแผ่นดินฟิลัสฏีนหลังจากกระจัดกระจายเป็นผู้อาศัยในประเทศต่างๆ เช่น รัสเซีย เยอรมัน โปแลนด์ แคนาดา อังกฤษ ซึ่งกลุ่มไซออนิสต์ยึดมั่นในคัมภีร์ที่ว่า “ปาเลสไตน์คือดินแดนที่พระเจ้ามอบไว้เพื่อชาวยิว”

กลุ่มไซออนิสต์ใช้เวลานับสิบปีลงทุนกว้านซื้อที่ดินจากเจ้าของที่ดินชาวอาหรับโดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายและความอ่อนแอของระบบราชการ ตลอดจนจัดการพัฒนาพื้นที่ที่เคยแห้งแล้งให้สามารถเพาะปลูกได้ ถึงแม้สุลฏอนอับดุลฮามิดจะออกกฎหมายห้ามชาวยิวซื้อที่ดินในฟิลัสฏีน แต่ทุกอย่างก็สายเกินแก้ ที่ดินส่วนใหญ่ที่เป็นมรดกตกทอดของชาวมุสลิม บัดนี้ได้กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของยิวโดยถูกต้องกฎหมายไปแล้ว

 

ความพยายามของยิวไม่หยุดเพียงแค่นั้น พวกเขาพยายามหว่านล้อมสุลฏอนอับดุลฮามิดในทุกวิถีทาง แต่พระองค์ยังยึดมั่นในจุดยืนเดิม พระองค์ได้ออกกฎหมายอนุญาตให้ชาวยิวเข้าในฟิลัสฏีนในฐานะผู้เยี่ยมเยียนโดยมีสิทธพำนักได้ไม่เกิน 30 วันซึ่งเป็นที่ทราบด้วยการออกวีซ่าเล่มแดง ท้ายสุดชาวยิวซึ่งนำโดยเธียวดอร์ เฮอร์เชิลได้ยื่นข้อเสนอมอบเงินจำนวน 5 ล้านปอนด์เพื่อเป็นค่าตอบแทนส่วนพระองค์แก่สุลฏอนอับดุลฮามิด และ 150 ล้านปอนด์เพื่อเป็นเงินงบประมาณฉุกเฉินของประเทศ ตลอดจนเงินอีกจำนวนเท่าใดก็ได้ที่กำหนดโดยอาณาจักรอุษมานียะฮฺเพื่อเป็นเงินกู้ที่ปราศจากดอกเบี้ยและไม่กำหนดเวลาชำระหนี้ ทั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนกับการอนุญาตให้ยิวครอบครองผืนดินสามเหลี่ยมระหว่างเมืองยาฟาและเดดซี (ทะเลมรณะ) ทั้งๆ ที่ในขณะนั้นอาณาจักรอุษมานียะฮฺประสบภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่และกำลังทำสงครามกับรัสเซีย แต่สุลฏอนอับดุลฮามิดก็ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวอย่างแข็งกร้าว พร้อมกับกล่าวว่า “ถึงแม้ท่านจะหยิบยื่นทองขนาดโลกนี้ทั้งใบ ข้าพเจ้าไม่มีวันที่จะรับข้อเสนอของพวกท่านได้ข้าพเจ้าบริหารอาณาจักรอิสลามและปกครองประชาชาติของนบีมูฮัมมัดมานานกว่า 30 ปี ข้าพเจ้าไม่ยอมแปดเปื้อนประวัติศาสตร์อิสลามที่บรรบุรุษของข้าพเจ้าได้ร่วมสร้างมาในอดีตโดยเด็ดขาด พวกท่านไม่มีวันที่จะได้แผ่นดินฟิลัสฏีนตราบใดที่อาณาจักรของข้าพเจ้ายังดำรงคงอยู่” จุดยืนอันมั่นคงดุจภูผาของสุลต่านอับดุลฮามิดในครั้งนี้สร้างความโกรธแค้นแก่ยิวมาก สุลัยมานมันซูรฺ ซึ่งเป็นชาวยิวได้บันทึกในจดหมายลับฉบับหนึ่งของเขาว่า “เราได้เสนอจะให้เหรียญทองจำนวนมหาศาลแก่สุลต่านอับดุลฮามิดเพื่อเป็นสินบนแลกกับการจะยกที่ดินผืนหนึ่งในเขตการปกครองของตุรกีให้เรา แต่พระองค์ปฏิเสธและไล่คนของเราออกมาอย่างน่าอัปยศ แต่พวกท่านจงมั่นใจเถิดว่า ในเวลาอันเหมาะสมนี้ เราจะต้องทำให้รัฐบาลที่เย่อหยิ่งจองหองนี้พังทลายลงกับพื้นดิน และจะทำร้ายพวกตุรกีเสียจนให้สภาพของพวกเขาเป็นทุกข์ยิ่งกว่าสภาพของชาวอินเดียนแดงในอเมริกาทีเดียว”

หลังจากที่หมดหวังในการเจรจากับสุลต่านอับดุลฮามิด ชาวยิวเริ่มใช้แผนสกปรกด้วยการวางแผนโค่นล้มระบบคอลีฟะฮฺหรือกาหลิบและลอบปลงพระชนม์ ซึ่งในปี ค.ศ. 1905 ได้เกิดระเบิดรถยนต์พระที่นั่งของสุลต่านอับดุลฮามิด แต่เนื่องจากพระองค์ยังไม่ประทับบนรถยนต์คันดังกล่าวพระองค์จึงรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด หลังจากนั้นชาวยิวได้เริ่มรณรงค์ใส่ร้ายสุลต่านอับดุลฮามิดทั้งในประเทศและนอกประเทศ โดยมีสมาคมลับทำหน้าที่เป็นศูนย์การประชุม วางแผนและเป็นศูนย์ปฏิบัติการ มีการแพร่กระจายคำขวัญ เช่นภราดรภาพ เอกภาพ เสมอภาค มีการเผยแพร่ ลัทธิชาตินิยมอาหรับ ขบวนการยังเตอร์กได้รับการปลุกใจและสนับสนุนให้หันไปพึ่งการลอบวางเพลิงและการปล้นสะดม จนกระทั่ง ปี ค.ศ. 1924 ด้วยการนำของขบวนการ ยังเตอร์กที่นำโดย มุสตาฟา กามาลอะตาเตอร์ก และอัสมัต อีโนโน ได้เสนอต่อสภาแห่งชาติตุรกี เพื่อประกาศยกเลิกระบบคอลีฟะฮฺของอิสลามในตุรกี พร้อมกับได้สถาปนาตุรกีเป็นรัฐปฏิเสธศาสนา (Secularism) ที่แยกศาสนาออกจากการเมือง หรือแยกศาสนจักรออกจากอาณาจักร มีการยกเลิกระบบศาลปกครองอิสลามที่ใช้กฎหมายชารีอะฮ์ ปิดสถานศึกษาศาสนา ยกเลิกระบบมรดกอิสลาม เปลี่ยนอะซานจากภาษาอาหรับเป็นภาษาตุรกี ยกเลิกอักษรอาหรับเป็นอักษรลาติน เปลี่ยนวันหยุดราชการจากวันศุกร์เป็นวันอาทิยต์ มรดกอิสลามเหล่านี้ถูกถอนรากถอนโคนจนเตียนราบและได้ทำลายลงอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1928 ถือเป็นการปิดตำนานอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่เคยเป็นศูนย์รวมของประชาชนชาติมุสลิมและสัญลักษณ์ความเป็นภราดรภาพอิสลามเป็นเวลานานกว่า 600 ปี และเพื่อเป็นการตอบแทนรางวัลความดีความชอบของทาสรับใช้ที่ชื่อมุสตาฟา กามาล อะตาเตอร์กนี้ ตุรกีจึงเป็นประเทศแรกที่ได้รับอิสรภาพจากการเป็นประเทศอาณานิคมของอังกฤษ

 

ปี ค.ศ. 1914 เกิดสงความโลกครั้งที่ 1 อาณาจักรอุษมานียะฮฺเป็นฝ่ายแพ้สงคราม และในปี ค.ศ. 1918 อาณาจักรอุษมานียะฮฺยอมลงนามสงบศึก ประเทศต่างๆ ที่เคยอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรอุษมานียะฮฺจึงถูกเฉือนแบ่งเป็นชิ้นๆ โดยนักล่าอาณานิคม โดยเฉพาะปาเลสไตน์ ซึ่งตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 1920-1948

 

ความขัดแย้งในการครอบครองดินแดนแห่งนี้ยังคงคุกรุ่นอยู่เรื่อยมาโดยมีกลุ่มไซออนิสต์เป็นผู้ชักใยอยู่ ทั้งโดยเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จนกระทั่งภาคพื้นยุโรปเกิดสงครามโลกขึ้นและได้ลุกลามขยายวงกว้างมายังดินแดนปาเลสไตน์

 

กล่าวได้ว่าผลพวงของสงครามโลกครั้งที่  1 คือการล่มสลายของระบบคอลีฟะฮฺอิสลาม และผลลัพธ์ของสงครามโลกครั้งที่ 2 คือการสถาปนารัฐเถื่อนอิสราเอล ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้บงการที่แท้จริงและผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังของสงครามโลกทั้งสองครั้ง หาใช่ใครอื่นนอกจากขบวนการยิวไซออนิสต์นั่นเอง

ที่มา: เอกสารของ WAMI

www.muslimthaipost.com



โพสต์การตอบสนอง

ใหม่ล่าสุด
10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนท่านนบี ซ.ล. ทำอะไร ? 10 ข้อควรรู้ในช่วงสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน 11 สิ่งที่คุณควรทำในค่ำคืนของเดือนรอมฎอน ดุอาอฺในวันอีด เลิกซะ 7 สิ่งที่ทำให้ริสกี ของคู่ชีวิตลดลง ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สุดยอด! อ่านซูเราะฮ อัล-มุลกฺ ทุกคืน แล้วคุณจะปลอดภัยจากสิ่งนี้ สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ หนังสืออนุมัติวันลาหยุดทหารเนื่องในวันอีฏิ้ลฟิตริ ฮ.ศ.1438 ปิดใจ ฮีโร่หนุ่มมุสลิมช่วยชีวิตเหตุเพลิงไหม้แฟลตในลอนดอน ใครที่จำเป็นต้องถือศีลอดรอมฎอน หะดีษเก๊! ผลบุญการละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ 30 คืน ในเดือนรอมฎอน หยุดแชร์ ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด นักธุรกิจมุสลิมกว่า 100 ท่าน ร่วมพลังงานละศีลอด มุ่งมั่นเดินหน้าร่วมมือธุรกิจ จุฬาฯ ประกาศดูดวงจันทร์กำหนดวันที่ 1 เดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) 1438 ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ ศาลอุทธรณ์ถอนคำสั่ง“ทรัมป์”ห้ามมุสลิมเข้าประเทศ อีกแล้ว! นอร์เวย์เสนอร่างกฎหมายห้ามแต่งกายปิดหน้าในโรงเรียน
เกี่ยวกับองค์กร  •  RSS  •  ติดต่อเรา
The Leader