15 07, 27: อัพเดทล่าสุด

พินัยกรรมศาสดา(ซ็อลฯ) ตอนที่๑


hamka072

พินัยกรรมศาสดา(ซ็อลฯ) ตอนที่๑

 

อาจจะมีบางคนตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ไม่ทำพินัยกรรมก่อนที่ท่าน (ซ็อล ฯ) จะล้มป่วย

หรืออาจจะมีบางท่านคิดว่า การล้มป่วยของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) นั้นเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านอุมัรฺและคนอื่นๆต้องทำเช่นนั้น จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นต่อหน้าท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และส่งผลกระทบมาจนถึงยุคของเราในปัจจุบัน

ตลอดชีวิตของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) เพียงพอแล้วต่อการที่ท่านจะทำการสั่งเสียหรือทำการประกาศพินัยกรรมของท่าน
และสิ่งนั้นได้บ่งชี้ว่า การบันทึกพินัยกรรมเป็นสิ่งสำคัญและมีความยิ่งใหญ่ ซึ่งทำให้เราต้องย้อนไปพิจารณาเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์และคำกล่าวของท่านศาสดาอย่างละเอียดอีกครั้งว่า ทำไมท่านศาสดาจึงได้ปล่อยช่วงเวลาอันสำคัญนั้นให้ล่วงเลยผ่านไป ท่านไม่มีเวลาที่จะทำมันเว้นเสียแต่ว่าช่วงเวลาก่อนที่ท่านจะสิ้นชีวิตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หรือว่าเราไม่มีสิทธิ์ที่จะถามว่า ด้วยเหตุอันใดที่ท่านศาสดาได้ประวิงเวลาการทำพินัยกรรมของท่านจนถึงช่วงเวลาที่สาหัส จนกระทั่งท่านอุมัรฺได้กล่าวแก่ท่านว่า “ความเจ็บป่วยได้ครอบงำท่านเสียแล้ว และทำให้ท่านไม่มีสติที่จะทำการบันทึกพินัยกรรมดังกล่าว”

อีกด้านหนึ่งจะพบว่าบรรดาเซาะฮาบะฮฺทั้งหลายได้ใช้ชีวิตอยู่กับท่านศาสดา และไปมาหาสู่กับท่านเสมอ พวกเขาเคยได้ยินได้ฟังสิ่งที่ท่านได้สอนไม่ว่าจะเป็นเรื่อง หะลาล หะรอม ความอดทน การถ่อมตน และการต่อสู่ในหนทางของอัลลอฮฺ (ซบ.) อีกทั้งพวกเขาได้เชื่อฟังปฏิบัติตามท่านศาสดาด้วยดีมาตลอด และพวกเขายังได้ยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างทางโลก เพื่อแลกเปลี่ยนกับชีวิตของโลกหน้า อัล-กุรอานกล่าวว่า

فَمِنْهُم مَّن قَضَى نَحْبَهُ وَمِنْهُم مَّن يَنتَظِرُ وَمَا بَدَّلُوا تَبْدِيلًا
ดังนั้นในหมู่พวกเขามีผู้ปฏิบัติตามสัญญาของเขา และในหมู่พวกเขามีผู้รอคอย (การตายชะฮีด) และพวกเขามิได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด[๑]

และพวกเขายังพยายามรีบเร่งสร้างความพอใจแก่ท่าน (ซ็อล ฯ) เพราะพวกเขาทราบดีว่า ความพึงพอใจของท่าน (ซ็อล ฯ) นั้นคือความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ (ซบ.) นั่นเอง

แต่ทว่าข้อสงสัยที่มีคือ ทำไมท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้ประวิงเวลาการบันทึกพินัยกรรมของท่านจนถึงช่วงบั้นปลายชีวิตของท่าน ? จำเป็นด้วยหรือที่ท่านต้องทำเช่นนั้น อันเป็นสาเหตุทำให้ท่านอุมัรฺต้องสงสัยว่าท่านได้หลงและเพ้อไปเสียแล้ว หรือว่าท่านไม่เคยพูดหรือบอกพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านต้องการจะบันทึกในพินัยกรรมนั้นเลยหรือ
ดังที่ได้อธิบายไปแล้วข้างต้นว่า การทำพินัยกรรมนั้นไม่จำเป็นต้องทำการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรแค่บอกกล่าวด้วยวาจาแก่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เป็นการเพียงพอแล้ว แต่ถ้าหากกลัวว่าพวกเขาจะบิดพลิ้วพินัยกรรม ก็ให้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และส่วนมากของพินัยกรรมแล้ว จะทำในช่วงบั้นปลายของชีวิต ซึ่งท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ก็ปรารถนาที่จะปฏิบัติเช่นนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ว่าความปรารถนาของท่านได้มีผู้ขัดขวางเสียก่อน แต่ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ได้บันทึกพินัยกรรมเป็นลายลักษณ์อักษร ทว่าท่านได้เอ่ยถึงเรื่องนี้มาแล้ว ต่อหน้าประชาชาติในวาระโอกาสต่างๆ และท่านได้กล่าวเตือนสำทับครั้งแล้วครั้งเล่าว่า จะเกิดความขัดแย้งขึ้นในหมู่ประชาชาติของท่าน

ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้ขอกระดาษและน้ำหมึกจากพวกเขา พวกเขากลับโต้แย้งและสร้างความวุ่นวายต่อหน้าท่านเพราะพวกเขารู้ดีว่า ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้ขอกระดาษและน้ำหมึกเพื่ออะไร ซึ่งมันไม่เป็นที่สำคัญสำหรับพวกเขาเลย ดังนั้นสิ่งที่ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ต้องการจะบันทึกมันอยู่ในความคิดของพวกเขามาตลอด พวกเขาจึงพยายามขัดขวางความปรารถนาของท่านศาสดา เพื่อป้องกันไม่ให้พินัยกรรมนั้นเป็นพยานหลักฐานได้ในภายหลัง เมื่อพวกเขารู้ถึงสิ่งที่ท่านศาสดา(ซ็อล ฯ) ต้องการจะบันทึก ก็มีข้อสงสัยเกิดว่า..

ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) เคยกล่าวถึงสิ่งนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ก่อนที่ท่านจะล้มป่วยหรือ ? หรือว่าท่านได้เอ่ยถึงเรื่องนี้มาโดยตลอดตราบเท่ามีโอกาส

มีบันทึกว่าฮะดีซจำนวนมากมายจากท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เอาไว้บรรดานักรายงานได้เรียกฮะดีซนี้ว่า “ฮะดีซวะซียะฮฺ” (พินัยกรรม) ซึ่งจะขอหยิบยกบางส่วนขึ้นมาเป็นหลักฐานพอเป็นสังเขป

๑. ในช่วงแรกของการประกาศศาสนาท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้พูดถึงเรื่องนี้มาแล้วครั้ง เมื่อท่านได้เชิญบรรดาญาติผู้ใกล้ชิดมายังบ้านของท่าน ซึ่งรู้จักกันในนามของ”ฮะดีซอินซารฺ” ท่านได้กล่าวกับพวกเขาว่า “โอ้ลูกหลานของอับดุลมุฏอลลิบเอ๋ย ฉันขอสาบานต่อพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเกรียงไกรว่า ฉันไม่เคยเห็นผู้ใดในหมู่ชาวอาหรับที่ได้นำข่าวอันประเสริฐยิ่งไปกว่าข่าวที่ฉันกำลังจะแจ้งแก่พวกท่านมาประกาศ ซึ่งมันประเสริฐสำหรับพวกท่านทั้งโลกนี้และโลกหน้า พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งได้มีบัญชาให้ฉันเชิญชวนพวกท่านไปสู่การเคารพบูชาและนมัสการต่อพระองค์แต่เพียงผู้เดียว ในกิจกรรมนี้จะมีใครบ้างในหมู่ของพวกท่านที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ฉัน ซึ่งฉันจะตั้งให้เขาเป็นพี่น้อง เป็นผู้ช่วยเหลือ และเป็นตัวแทนของฉันในหมู่พวกท่าน

ทันใดนั้นท่านอะลี บุตรของอบูฏอลิบ ซึ่งเป็นชายหนุ่มอายุน้อยที่สุดในหมู่ของพวกเขาได้ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวกับท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ว่า

“ฉันขออาสา โอ้ศาสนทูตของพระผู้เป็นเจ้า ฉันพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือท่าน”

ท่านศาสนทูตได้จับไปที่ไหล่ของท่าน อะลี (อ.) พร้อมกับกล่าวว่า

“แท้จริง เขาผู้นี้คือพี่น้องของฉัน ผู้สืบทอดของฉัน และตัวแทนของฉันในหมู่พวกท่านหลังจากฉัน พวกท่านจงเชื่อฟังและปฏิบัติตามเขาเถิด”

เมื่อท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้พูดจบ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็หัวเราะพร้อมกับหันไปทาง อบีฏอลิบ แล้วพูดว่า ดูซิ (มุฮัมมัด) ได้สั่งให้ท่านเชื่อฟังและปฏิบัติตามลูกชายของท่าน[๒]

 

 

[๑] อะฮฺซาบ/๒
[๒] ตารีคฏ็อบรี ๒/๒๑๗ กามิล ฟิตตารีค ๒/๖๒-๖๔ ซีเราะฮฺหะละบียะฮฺ ๑/๔๖๑ มะอาลิมุล ตัลซีละอัลบัฆวี ๔/๒๗๘ ชัรห์ นะฮฺญุลบะลาเฆาะฮฺ ๑๓/๒๑๐

 

thaitalabeh.com

theleader.co



โพสต์การตอบสนอง

ใหม่ล่าสุด
10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนท่านนบี ซ.ล. ทำอะไร ? 10 ข้อควรรู้ในช่วงสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน 11 สิ่งที่คุณควรทำในค่ำคืนของเดือนรอมฎอน ดุอาอฺในวันอีด เลิกซะ 7 สิ่งที่ทำให้ริสกี ของคู่ชีวิตลดลง ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สุดยอด! อ่านซูเราะฮ อัล-มุลกฺ ทุกคืน แล้วคุณจะปลอดภัยจากสิ่งนี้ สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ หนังสืออนุมัติวันลาหยุดทหารเนื่องในวันอีฏิ้ลฟิตริ ฮ.ศ.1438 ปิดใจ ฮีโร่หนุ่มมุสลิมช่วยชีวิตเหตุเพลิงไหม้แฟลตในลอนดอน ใครที่จำเป็นต้องถือศีลอดรอมฎอน หะดีษเก๊! ผลบุญการละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ 30 คืน ในเดือนรอมฎอน หยุดแชร์ ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด นักธุรกิจมุสลิมกว่า 100 ท่าน ร่วมพลังงานละศีลอด มุ่งมั่นเดินหน้าร่วมมือธุรกิจ จุฬาฯ ประกาศดูดวงจันทร์กำหนดวันที่ 1 เดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) 1438 ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ ศาลอุทธรณ์ถอนคำสั่ง“ทรัมป์”ห้ามมุสลิมเข้าประเทศ อีกแล้ว! นอร์เวย์เสนอร่างกฎหมายห้ามแต่งกายปิดหน้าในโรงเรียน
เกี่ยวกับองค์กร  •  RSS  •  ติดต่อเรา
The Leader