13 10, 01: อัพเดทล่าสุด

ผู้นำยิว “กริ้ว” เนื้อหาคำปราศรัยของผู้นำอิหร่าน


 

natayahu

 

สำนักข่าว IMM :ภายหลังจากที่ฮุจญตุลอิสลาม ดร.ฮาซัน โรฮานี จบการปราศรัยในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติจบลง นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ออกคำแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจต่อเนื้อหาคำปราศรัยผู้นำอิหร่าน และถือว่าคำปราศรัยของผู้นำอิหร่านคือ “เสแสร้ง” และ “แดกดัน”

 

สำนักข่าวเพรสทีวี PRESS TV รายงานว่า วานนี้ 24/9/56 ภายหลังจากที่ฮุจญตุลอิสลาม ดร.ฮาซัน โรฮานี จบการปราศรัยในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 68 ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติในนครนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกาสิ้นสุดลง นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ออกคำแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจต่อเนื้อหาคำปราศรัยผู้นำอิหร่าน และถือว่าคำปราศรัยของผู้นำอิหร่านคือ “การเสแสร้ง” และ “แดกดัน”

natayahu01

 

ตามรายงานข่าวแจ้งว่า การออกคำแถลงการณ์ออกอาการโกรธเคือง ต่อคำปราศรัยของผู้นำอิหร่าน โดยนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลมีขึ้นครั้งนี้ ในขณะที่ฮุจญตุลอิสลาม ดร.ฮาซัน โรฮานี ผู้นำอิหร่านกำลังปราศรัยในที่ประชุมแห่งสหประชาชาตินั้น ทั้งนายเบนจามิน เนทันยาฮู และคณะจากอิสราเอลไม่ได้อยู่ร่วมในที่ประชุมแม้แต่คนเดียว

นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้กล่าวในแถลงการณ์อีกว่า “เป็นเรื่องที่ดีมาก ที่คณะเจ้าหน้าที่ทางการอิสราเอลไม่ได้นั่งอยู่ในที่ประชุมขณะที่ผู้นำอิหร่านกล่าวปราศรัย เนื่องจากกระผมไม่อนุญาตให้คณะเจ้าหน้าที่ของอิสราเอลต้องมีส่วนร่วมรับฟังคำพูดที่เสแสร้งและแดกดันของผู้นำอิหร่าน”

ผู้นำยิว นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้กล่าวอีกว่า “อิหร่านกล่าวอ้างโน้นอ้างนี่ไปเรื่อย เพื่อยื้อเวลาให้นานที่สุด และได้ใช้ประโยชน์จากเวลาเหล่านั้นในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตนไปเรื่อยๆ นี่คือแผนการที่อิหร่านได้วางเอาไว้ พวกเขาต้องการเวลาในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์”

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้กล่าวย้ำอีกว่า “สัปดาห์หน้าจะมีการพูดคุยกับผู้นำสหรัฐอเมริกา นายบารัก โอบามา ณ ทำเนียบขาว กระผมจะหยิบยกเรื่องนิวเคลียร์อิหร่านมาหารือกับผู้นำสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง”

ทางด้านฮุจญตุลอิสลาม ดร.ฮาซัน โรฮานี ได้กล่าวปราศรัยในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 68 ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติในนครนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกาเมื่อวานนี้ 24/9/56 โดยได้กล่าวประกาศว่า “สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามของโลกตามที่ถูกกล่าวหา และกรุงเตหะรานพร้อมที่จะเข้าสู่โต๊ะเจรจาตามวันเวลาที่กำหนด เพื่อคลี่คลายปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่านกับทุกๆ ฝ่าย”

ผู้นำอิหร่านยังได้กล่าวย้ำอีกว่า “เราขอยืนยันตรงนี้ว่า โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นโครงการเพื่อสันติ และอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความมั่นคง และการป้องกันประเทศของอิหร่านแต่อย่างใด และขัดแย้งกับหลักความเชื่อของศาสนาอิสลามของเราอีกด้วย”

ผู้นำอิหร่านยังได้กล่าวต่อนายบารัก โอบามา อีกว่า “ถ้าหากสหรัฐอเมริกามีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาอย่างบริสุทธิ์ใจโดยไม่คิดถึงผลประโยชน์และตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้กระหายสงคราม เราพร้อมที่จะเจรจาภายใต้เงื่อนไขที่สามารถจะนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาได้ ภายใต้กรอบความเท่าเทียมกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และรู้จักสิทธิอันชอบธรรมของกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ”

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้กล่าวหาอิหร่านว่า กำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อการสงคราม กระทั่งกรุงวอชิงตัน และสหภาพยุโรป ได้ร่วมกันมีมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน เรื่องการค้าขายน้ำมันของอิหร่านไปทั่วโลก โดยการสั่งให้นานาประเทศงดการสั่งซื้อน้ำมันจากอิหร่าน และมีมาตรการสั่งระงับการโอนเงินจากธนาคารกลางของอิหร่านทั่วโลก เพื่อกดดันให้ประเทศอิหร่านล้มเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์

ถึงแม้ว่าอิหร่านได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาข้างต้น และยืนยันว่าอิหร่านกำลังพัฒนาโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติเท่านั้น และอิหร่านได้ร่วมเซ็นสัญญาในสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ หรือ NPT และเป็นสมาชิกของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ (IAEA : International Atomic Energy Agency) และมีสิทธิใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติได้เต็มที่ แต่เป็นเรื่องแปลกที่อิสราเอล และชาติตะวันตกยังไม่วายจะกล่าวหาอิหร่านต่อไปอีก ทั้งยังมีมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ นานา ไปถึงขั้นขู่ที่จะโจมตีอิหร่านด้วยกองกำลังทหาร เวลานี้เป็นเหตุให้ประชาคมโลกต้องประสพกับปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลก

นอกจากนี้ IAEA ได้ดำเนินการตรวจสอบโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่านจำนวนหลายครั้งด้วยกัน เกี่ยวกับโครงการพลังงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ไม่เคยพบหลักฐานที่แสดงว่าโครงการนิวเคลียร์ด้านพลเรือนของอิหร่านมีการหันเหความสนใจไปผลิตอาวุธนิวเคลียร์ร้ายแรงแต่อย่างใด

ทว่าความเป็นจริงคือ สหรัฐอเมริกามีอาวุธนิวเคลียร์อานุภาพทำลายล้างสูงจำนวนมากไว้ในครอบครอง และเป็นประเทศเดียวในประวัติศาสตร์ที่เคยใช้อาวุธนิวเคลียร์กับมนุษย์ และมีการทดสอบนิวเคลียร์กว่า 1,032 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2488 โดยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ เวลา 8.15 น. สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรกที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น อานุภาพอันโหดเหี้ยมของระเบิดนอกจากพลังแห่งทำลายแล้วยังแผ่ความร้อนสูงถึง 1,800,000 องศาฟาเรนไฮต์ สังหารสิ่งมีชีวิตทั้งมนุษย์ สัตว์ และพืชทันที ทั้งทางตรงและทางอ้อม และในจำนวนนั้นคือชีวิตของมนุษย์ 200,000 คนในคราเดียว สิ่งนี้ยังไม่สามารถเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นอาชญากรตัวจริงของสหรัฐอเมริกาให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกไม่ได้อีกหรือ?

ส่วนอิสราเอลนั้น นานาชาติต่างทราบกันดีว่ามีอาวุธนิวเคลียร์อานุภาพทำลายล้างสูงมากถึง 400 ลูก และเป็นประเทศหนึ่งที่ยังคงไม่เข้าร่วมเซ็นสัญญาในสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ หรือ NPT และไม่ยอมเปิดโอกาสให้ทางทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ (IAEA : International Atomic Energy Agency) เข้าไปตรวจสอบในอิสราเอล



โพสต์การตอบสนอง

ใหม่ล่าสุด
10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนท่านนบี ซ.ล. ทำอะไร ? 10 ข้อควรรู้ในช่วงสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน 11 สิ่งที่คุณควรทำในค่ำคืนของเดือนรอมฎอน ดุอาอฺในวันอีด เลิกซะ 7 สิ่งที่ทำให้ริสกี ของคู่ชีวิตลดลง ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สุดยอด! อ่านซูเราะฮ อัล-มุลกฺ ทุกคืน แล้วคุณจะปลอดภัยจากสิ่งนี้ สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ หนังสืออนุมัติวันลาหยุดทหารเนื่องในวันอีฏิ้ลฟิตริ ฮ.ศ.1438 ปิดใจ ฮีโร่หนุ่มมุสลิมช่วยชีวิตเหตุเพลิงไหม้แฟลตในลอนดอน ใครที่จำเป็นต้องถือศีลอดรอมฎอน หะดีษเก๊! ผลบุญการละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ 30 คืน ในเดือนรอมฎอน หยุดแชร์ ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด นักธุรกิจมุสลิมกว่า 100 ท่าน ร่วมพลังงานละศีลอด มุ่งมั่นเดินหน้าร่วมมือธุรกิจ จุฬาฯ ประกาศดูดวงจันทร์กำหนดวันที่ 1 เดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) 1438 ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ ศาลอุทธรณ์ถอนคำสั่ง“ทรัมป์”ห้ามมุสลิมเข้าประเทศ อีกแล้ว! นอร์เวย์เสนอร่างกฎหมายห้ามแต่งกายปิดหน้าในโรงเรียน
เกี่ยวกับองค์กร  •  RSS  •  ติดต่อเรา
The Leader