15 10, 07: อัพเดทล่าสุด

ทำความเข้าใจ “ขบวนการปฏิวัติอิสลาม”


asa

นับตั้งแต่การล่มสลายของระบอบการปกครองของสุลต่านแห่งออตโตมานเมื่อสิ้นสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ดินแดนตะวันออกของมุสลิมและแอฟริกาเหนือ หรือ MENA (Muslim East and North Africa region) ก็ไม่เคยได้พบเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงบนแผนที่ทางศาสนา, สังคม, เศรษฐกิจ และการเมือง อาจจะจริงที่มันเกิดมาจากการจลาจลต่อต้านและประณามผู้มีอำนาจในเวลานั้น ขบวนการนี้ ที่มหาอำนาจตะวันตกชอบเรียกกันว่าเป็นปรากฏการณ์ “อาหรับสปริง” มักจะถูกมองจากแง่มุมของอาณานิคมใหม่อยู่บ่อยครั้ง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการจำกัดทั้งการกล่าวถึงและการทำความเข้าใจกับสิ่งที่ควรจะอธิบายว่าเป็นขบวนการสร้างความตื่นตัวหรือการฟื้นฟูมากกว่า
ขบวนการประชาชนโดยเนื้อแท้ เหตุการณ์ในปี 2011 ที่ได้เห็นประชาชนลุกขึ้นต่อต้านระบอบการปกครองที่ได้รับการหนุนหลังจากตะวันตกและได้รับการอุ้มชูจากซาอุดี้ฯ มันเป็นมากกว่าแค่การเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงเป็นระบอบประชาธิปไตยและเรียกร้องความยุติธรรมทางสังคม แต่ในปี 2011 เราไม่ได้เห็นการถือกำเนิดขึ้นของอุดมการณ์รวมอาหรับรูปแบบใหม่ตามที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้กล่าวไว้ภายหลังการโค่นล้มอดีตผู้นำเผด็จการฮุสนี มุบารัก ของอียิปต์ แต่ได้เห็นการปฏิเสธลัทธิจักรวรรดินิยมของตะวันตกแทน
เมื่อเป็นอิสระจากการบีบบังคับของอุดมการณ์ทางการเมืองและความเชื่อทางศาสนา (องค์ประกอบเหล่านั้นได้ถูกจัดให้เป็นช่องทางในการกดขี่รวมทั้งเป็นความชอบธรรมสำหรับความรุนแรง) ขบวนการในปี 2011 จึงเป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัยแห่งการฟื้นฟู, การตื่นตัว หรือยุคของประชาชนหลังจากหลายศตวรรษแห่งการตกเป็นทาส
และถึงแม้ว่าเปลวไฟแห่งการปฏิวัติของ MENA จะผ่านพบมาทุกอย่างแล้วนอกจากการดับมอด จิตวิญญาณของมันยังคงสังเกตเห็นได้ดีที่สุดในเยเมนและบาห์เรน ที่ซึ่งการต้านทานของประชาชนมีความรุนแรงและแข็งข้อมากที่สุดในการปฏิเสธไม่ยอมก้มหัวให้กับการกดขี่ที่รุนแรงขึ้น ทั้งระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ
เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการส่วนใหญ่ยังคงยึดติดกับกระบวนทัศน์แบบตะวันตกเมื่อทำการศึกษาเหตุการณ์ในปี 2011 โครงสร้างของเรื่องนี้จึงมีความเอนเอียงและมีจุดบกพร่อง จึงทำให้ไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถูกต้องถึงธรรมชาติและลักษณะของความเปลี่ยนแปลงนี้ที่จะกวาดล้าง “โลกเก่า” ออกไป ความเป็นคู่ที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวถึง (สังคมแบบดั้งเดิมกับสังคมภาคประชาชน และศาสนากับโลกวิสัย) เป็นการแสดงออกของลัทธิจักรวรรดิ์นิยมตะวันตกอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฝ่ายโลกวิสัยและสังคมภาคประชาชนถูกใช้ประโยชน์ในฐานะเป็นเครื่องมือของการปราบปรามและทำให้ตกเป็นทาสโดยระบอบการปกครองแบบจักรวรรดิ์
การแยกขั้วกันจริงคือการแยกระหว่างประชาชนแห่ง MENA กับมหาอำนาจตะวันตกที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลหุ่นเชิดของพวกเขา เช่น ซาอุดิอารเบีย ถ้าอิสลามจะพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางพายุ มันก็เป็นเพราะว่าหลักการศาสนาของมัน ที่มุสลิมใน MENA ยังคงรักษาไว้อย่างเข้มแข็ง ได้ยืนหยัดท้าทายต่อวาระพวกโลกานิยม (globalist)
อิสลามเป็นศาสนาที่ประกาศความเป็นศัตรูกับสังคมตะวันตกมากกว่าศาสนาที่เชื่อในพระเจ้าองค์เดียวอื่นๆ ซึ่งตอนนี้กลุ่มโลกวิสัยและอเทวนิยมได้กลายเป็นรากฐานใหม่ของความเชื่อของพวกโลกานิยมที่ปรากฏต่อสายตาเรา แน่นอน บทบาทที่ลัทธิวะฮาบีเล่นอยู่ด้วยการนำเสนอุดมการณ์หัวรุนแรงที่ชั่วร้ายจำเป็นที่จะต้องถูกจัดให้เป็นเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งของลัทธิโลกานิยมที่จะแตกย่อยภูมิภาคนี้
ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจะปฏิเสธไม่ยอมมองให้เห็นอิทธิพลของการปฏิวัติอิสลามของอิหร่านเมื่อปี 1979 ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2011 แต่มันก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเพียงไม่กี่ทศวรรษต่อมา การต่อสู้เพื่อการตัดสินใจทางการเมืองด้วยตนเองของอิหร่านได้สะท้อนเสียงก้องลึกอยู่ในดินแดนแห่ง MENA มีความคู่ขนานกันอย่างปฏิเสธไม่ได้ระหว่างเหตุการณ์ปัจจุบันนี้กับความเปลี่ยนแปลงทิ่อิหร่านได้ผ่านพ้นมาเมื่อครั้งที่มันได้ถอดถอนชาห์ที่ตะวันตกแต่งตั้งและหนุนหลังอยู่ เพื่อให้รูปแบบทางการเมืองจากการเลือกของมันเองที่มีความสอดคล้องกันกับสังคมและประเพณีทางศาสนาของมันเข้ามาแทนที่
เมื่อการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ยังมีความต่อเนื่องเรื่อยมา การลุกฮือในปี 2011 ก็อาจจะถูกจดจำในฐานะที่เป็นการปลดปล่อยครั้งยิ่งใหญ่ของประชาชนอาหรับ ระหว่างแนวคิดรวมชาติอาหรับของประธานาธิบดีจามาล อับดุล นาซิร และวิลายะฮ์อิสลามของอิหม่ามโคมัยนี ประชาชนในดินแดน MENA กำลังสลายรูปแบบเก่าๆ ของตะวันตก เพื่อที่จะพยายามสถาปนารูปแบบของพวกเขาเองที่มีพื้นฐานอยู่บนหลักคำสอนของอิสลาม พวกเขาผูกพันกันด้วยการต่อสู้แบบเดียวกันกับการกดขี่และกลั่นแกล้งจากปีศาจร้ายตัวเดียวกัน นั่นก็คือ กลุ่มหัวรุนแรง ประชาชนในภูมิภาคนี้กำลังเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไปด้วยกันท่ามกลางความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่เพิ่งพบใหม่นี้ อย่างช้าๆ และได้ประจักษ์ว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องยืนอย่างโดดเดี่ยว และพวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยว
ขบวนการต้านทานที่กระจัดกระจายกันก่อนหน้านี้ ประกายไฟที่ถูกสร้างขึ้นผ่านช่วงเวลาหลายทศวรรษเพื่อต่อต้านการสั่งการของตะวันตกนี้ มีพื้นที่มากขึ้นกว่าที่มหาอำนาจตะวันตกจะเคยใส่ใจยอมรับ จนตอนนี้ได้เปลี่ยนจากชนกลุ่มน้อยมาเป็นคนส่วนใหญ่แล้ว จากลิเบียถึงซีเรีย และจากอิรักถึงบาห์เรน ประชาชนได้สัมผัสแล้วว่าจำเป็นต้องมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในส่วนของพวกเขา และจะไม่เป็นตามวาทกรรมของนักการเมืองที่ตะวันตกหนุนหลังอีกต่อไปแล้ว และที่ใดที่ได้เกิดปรากฏการณ์ “อาหรับสปริง” ขึ้นเพื่อประกาศการยึดครองของดินแดนตะวันออกของมุสลิม และการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติมหาศาลของมัน พายุแห่งการปฏิวัติที่กำลังมาถึงนี้จะไม่ยอมทนทุกข์และไม่ยอมรับการอุปถัมภ์ของต่างชาติ
ยังคงมีความแข็งแกร่งที่ยังไม่ได้ถูกใช้ในมรดกแห่งอิสลามของอารเบีย ในนั้นประชาชนมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์แห่งความมั่งคั่งทางปัญญาและจิตวิญญาณที่ไร้ขอบเขตที่ถักทอขึ้นโดยรอบความศรัทธาที่ไม่ยอมแบ่งแยก และยอมรับความหลากหลาย มันแค่รอเวลาเท่านั้นก่อนที่สำนึกนี้จะแสดงตัวขึ้นมาเป็นความจริงที่สัมผัสได้ มันเป็นภาวะจำยอมอย่างมากเท่านั้นที่ประชาชนสามารถรับได้ก่อนที่จะทำการต่อต้านความอยุติธรรม

___
แปลจาก http://www.crescent-online.net/2015/08/understanding-the-islamic-revolutionary-movement-catherine-shakdam-5050-articles.html
เขียนโดย Catherine Shakdam
เกี่ยวกับผู้เขียน : แคเทอรีน ชัคดัม เป็นนัก


โพสต์การตอบสนอง

ใหม่ล่าสุด
10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนท่านนบี ซ.ล. ทำอะไร ? 10 ข้อควรรู้ในช่วงสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน 11 สิ่งที่คุณควรทำในค่ำคืนของเดือนรอมฎอน ดุอาอฺในวันอีด เลิกซะ 7 สิ่งที่ทำให้ริสกี ของคู่ชีวิตลดลง ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สุดยอด! อ่านซูเราะฮ อัล-มุลกฺ ทุกคืน แล้วคุณจะปลอดภัยจากสิ่งนี้ สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ หนังสืออนุมัติวันลาหยุดทหารเนื่องในวันอีฏิ้ลฟิตริ ฮ.ศ.1438 ปิดใจ ฮีโร่หนุ่มมุสลิมช่วยชีวิตเหตุเพลิงไหม้แฟลตในลอนดอน ใครที่จำเป็นต้องถือศีลอดรอมฎอน หะดีษเก๊! ผลบุญการละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ 30 คืน ในเดือนรอมฎอน หยุดแชร์ ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด นักธุรกิจมุสลิมกว่า 100 ท่าน ร่วมพลังงานละศีลอด มุ่งมั่นเดินหน้าร่วมมือธุรกิจ จุฬาฯ ประกาศดูดวงจันทร์กำหนดวันที่ 1 เดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) 1438 ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ ศาลอุทธรณ์ถอนคำสั่ง“ทรัมป์”ห้ามมุสลิมเข้าประเทศ อีกแล้ว! นอร์เวย์เสนอร่างกฎหมายห้ามแต่งกายปิดหน้าในโรงเรียน
เกี่ยวกับองค์กร  •  RSS  •  ติดต่อเรา
The Leader