15 12, 05: อัพเดทล่าสุด

ตุรกีโจมตีเครื่องบินรัสเซีย บอกอะไรเกี่ยวกับการเคลื่อนทางภูมิศาสตร์การเมือง


(ภาพ) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน(ซ้าย) หันกลับมาพูดกับนายกรัฐมนตรีตอยยิบ เออร์ดูกัน ของตุรกี © Murad Sezer / Reuters

(ภาพ) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน(ซ้าย) หันกลับมาพูดกับนายกรัฐมนตรีตอยยิบ เออร์ดูกัน ของตุรกี © Murad Sezer / Reuters

 

สงครามต่อต้านการก่อการร้ายของใครที่มหาอำนาจตะวันตกกำลังต่อสู้อยู่? ขณะที่รัสเซียเห็นเครื่องบินของตัวเองและคนของตัวเองหายไปในกลุ่มควัน สิ่งที่ถูกแสดงออกมาก็คือจุดอ่อนจริงๆ ของแนวคิดนิยมความรุนแรงและวาระของการอุปถัมภ์กลุ่มหัวรุนแรง

พฤศจิกายนจนถึงตอนนี้เป็นเดือนที่ยากลำบาก เดือนแห่งโศกนาฏกรรม ความเศร้าเสียใจและความหวาดกลัว … ตั้งแต่การที่ไอซิสมุ่งเป้าโจมตีรัสเซีย, เลบานอน, ซีเรีย และปารีส ไปจนถึงการที่ตุรกีสอยเครื่องบินรบของรัสเซียเหนือเมืองลาตาเกียในอาณาเขตของรัสเซีย ความน่าสะพรึงกลัวได้ครอบงำเรื่องราวของโลก ทำให้อนาคตของเรามืดมนด้วยการพูดถึงสงคราม

อย่าเข้าใจผิด : การกระทำของตุรกีต่อรัสเซียเท่ากับเป็นการประกาศสงคราม โดยตำแหน่งของมอสโก สามารถตอบโต้อังการาได้อย่างชอบธรรมยิ่ง ภายในขอบเขตของกฎหมายระหว่างประเทศ แต่รัสเซียไม่ใช่สหรัฐฯ! รัสเซียจะไม่เพียงแค่ตีมือของศัตรู รัสเซียเข้าใจว่าถ้าสงครามเริ่มต้นง่ายๆ มันแทบจะไม่เป็นประโยชน์กับมหาอำนาจที่เข้าร่วมในสงครามนั้น อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่ว่า “หมีขาวรัสเซียที่ยิ่งใหญ่” จะยืนมองประชาชนของตัวเองอยู่ในแนวกระสุนเฉยๆ เพียงแต่ว่า ผลประโยชน์ของชาติจะได้รับการรักษาไว้ได้ดีที่สุดโดยผู้นำที่ชาญฉลาดเท่านั้น ไม่ใช่ด้วยกองกำลังที่โหดร้าย

สันติภาพไม่ได้สร้างขึ้นด้วยเลือด แต่ต้องอาศัยความร่วมมือกัน และเสถียรภาพก็จะเกิดขึ้นได้ก็โดยผ่านการเป็นพันธมิตรและผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น ไม่ใช่เพราะกลัวความกดดัน นั่นคือนโยบายที่มอสโกใช้มาตลอดทศวรรษที่ผ่านมาหรือราวๆ นั้น และนั่นคือหลักการพื้นฐานที่รัสเซียให้การสนับสนุน ในขณะที่กลุ่มอนุรักษ์นิยมใหม่มัวแต่ทะเลาะวิวาทกันเพื่อจะนำโลกไปสู่หนทางการแก้ปัญหาวิกฤติการณ์

ในด้านนั้น ประธานาธิบดีเรเซพ เออร์ดูกัน ของตุรกีดำเนินนโยบายผิดพลาดในการพัฒนาความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับมอสโก ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ไม่มีท่าทีว่าจะถูกดึงลงไปสู่เกมการต่อสู้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันกับอังการา และถ้าเออร์ดูกันคิดฝันเป็นครั้งที่สองว่าการเป็นสมาชิกนาโต้ของตนจะช่วยปกป้องเขาจากผลสะท้อนกลับทางการเมืองหรือทางทหาร 48 ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ต้องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าน่าผิดหวังอย่างแท้จริง เขาโดดเดี่ยวอย่างมากในพายุที่เขาสร้างขึ้น ไม่มี “พันธมิตร” ตะวันตกมาช่วยเออร์ดูกันขึ้นม้าขาว และแม้ว่าประธานาธิบดีบารัก โอบาม่าจะยืนยันว่าตุรกีมีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะปกป้องน่านฟ้าของตน โดยแย้งว่ารัสเซียน่าจะระมัดระวังมากขึ้นเวลาโจมตีไอซิส แต่นั่นเป็นการพูดเอาใจทางการเมือง ไม่ใช่สัญญาอมตะว่าจะสนับสนุน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ตุรกีเป็นสมาชิกจริงๆ ของนาโต้ก็ต่อเมื่อมันเหมาะสมกับนาโต้เท่านั้น! ฉันเชื่อว่าการที่อิสราเอลยิงขบวนเรือบรรเทาทุกข์ของตุรกีใกล้ชายฝั่งกาซ่าในปี 2010 แสดงให้เห็นถึงความสองมาตรฐานเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี

พักเรื่องการคำนวณผิดพลาดไว้ก่อน ตุรกีหวังจะได้อะไรจากการยิงเครื่องบินของรัสเซีย?

ขณะที่มีความสงสัยนิดๆ ในใจฉันว่าตุรกีไม่ได้ทำไปจากแรงกระตุ้นธรรมดาๆ หรือแม้แต่จากความกลัวจริงๆ ว่าอธิปไตยของตนกำลังตกอยู่ในอันตราย รายละเอียดเหล่านั้นจะปรากฏขึ้นในไม่ช้า แต่เรื่องจริงที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้มันมากไปกว่าความขัดแย้งธรรมดาเรื่องอาณาเขตระหว่างสองมหาอำนาจระดับภูมิภาค

การที่ชาติหนึ่งจะเสี่ยงกับสงคราม เดิมพันจะต้องค่อนข้างสูง

ฉันขอพูดถึงสิ่งที่เรารู้ชัดกันอยู่แล้วก่อนที่จะลงลึกกันต่อไป

เริ่มต้นกับข้ออ้างของตุรกีและมหาอำนาจตะวันตกชาติอื่นๆ ที่ว่า รัสเซียกำลังมุ่งเป้าโจมตีพื้นที่พลเรือนในเมืองลาตาเกียได้ถูกหักล้างไปด้วยวีดีโอที่เผยแพร่โดย “นักรบสายกลาง” ของอเมริกา เผยแพร่ภาพหนึ่งในนักบินรัสเซียที่เครื่องบินตก นั่นเป็นคำโกหกแรก ตามที่มัรวา อุสมาน ยืนยันในบทวิจารณ์ของเธอว่า คนเหล่านั้นที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่พลเรือน

หลังจากนั้น ประธานาธิบดีโอบาม่าได้ออกมาพูดว่า “พวกเขา (รัสเซีย) กำลังปฏิบัติการใกล้กับชายแดนตุรกีเป็นอย่างมาก และพวกเขากำลังไล่ล่าฝ่ายต่อต้านสายกลางที่ไม่ใช่ได้รับการสนับสนุนจากตุรกีเท่านั้น แต่จากหลายประเทศ”… โกหกอีกคำหนึ่ง ประโยคนี้เป็นการยืนยันชัดเจนว่ามหาอำนาจตะวันตกได้สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มหัวรุนแรงเพื่อดำเนินตามวาระของพวกเขาในภูมิภาคนี้ แต่ไม่ใช่เท่านั้น มันยังเปิดผ้าคลุมที่ปกปิดการติดต่อสัมพันธ์ของตุรกีในดินแดนลาตาเกีย – ซึ่งเป็นแหล่งประกอบการน้ำมันเถื่อนของไอซิส อีกด้วย

เรารู้ว่าพื้นที่ลาตาเกียกำลังเจริญก้าวหน้าไปด้วยกลุ่มนักรบติดอาวุธที่มีลักษณะเหมือนกันกับอัล-นุสรอ ไอซิส และกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ เรายังรู้อีกด้วยว่า ลาตาเกียเป็นฐานที่มั่นทางการเงินที่สำคัญที่มีพื้นที่น้ำมันและก๊าซหลายพื้นที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพวกนักรบ สุดท้าย และนี่เป็นเรื่องใหญ่ ลาตาเกียเป็นเหมืองทองทางภูมิยุทธศาสตร์ในด้านที่มันเป็นช่องทางตรงเข้าสู่ตุรกี จึงทำให้มีการขนส่งคน อาวุธ และของเถื่อนที่มากไปกว่าแค่ความสะดวกเล็กน้อย
เส้นเลือดระหว่างตุรกีกับไอซิสนี้มีมูลค่าหลายล้าน ถ้าไม่ใช่หลายพันล้าน ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่มันยังให้โอกาสทางการเมืองอีกด้วย

ทีนี้คุณเห็นไหมว่า ทำไมการโจมตีของตุรกีจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ? ตุรกีกระแทกใส่รัสเซียก็เพราะรัสเซียไปกระทบประสาทไวสัมผัสของมันเข้า

ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น ปฏิกิริยาสวนกลับทันควันของเออร์ดูกันต่อความคืบหน้าในซีเรียของประธานาธิบดีปูตินเป็นประจักษ์พยานถึงความสำเร็จของมอสโกในการจัดการกับไอซิล ดังนั้น จะเกิดอะไรขึ้นถ้ารัสเซียไปสะดุดเข้าจริงๆ กับปืนก่อการร้ายที่พ่นควันจากตุรกี จะเกิดอะไรขึ้นถ้าลาตาเกียคือกุญแจสำคัญที่จะไขไปสู่ “ผู้อุปถัมภ์ที่มองไม่เห็น” ของไอซิส?

นั่นคือคำถามที่มอสโกจะต้องร้องขอคำตอบอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตอนนี้นายเซอร์กี ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศได้ยืนยันในการแถลงข่าวว่า “หลักฐานต่างๆ บ่งบอกว่า การยิงเครื่องบินตกตรงที่นั้นได้ถูกวางแผนไว้ก่อนแล้ว”

อีกแง่มุมหนึ่งของเหตุการณ์นี้จำเป็นจะต้องได้รับการพิจารณาเมื่อมีการประเมินนัยยะที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
การโจมตีรัสเซียสามารถเอื้อประโยชน์ให้กับวาระทางการเมืองอีกทางหนึ่ง

ขอให้พิจารณาเรื่องนี้ : ทุกวันที่รัสเซียและซีเรียทำลายเครือข่ายก่อการร้าย ทุกวันที่ประชาชนได้กลับบ้านของพวกเขา สหรัฐฯ และหุ้นส่วนชาติตะวันตกของมันกำลังสูญเสียความน่าเชื่อถือทางการเมืองและทางทหารไป

ภายในตรรกะนี้ และในมุมมองของการจัดการที่ผ่านมา มันจะไม่น่าเป็นไปได้หรือที่จะสันนิษฐานว่าตุรกีมีเป้าหมายที่จะหันเหเรื่องราวในสื่อออกไปจากสงครามต่อต้านการก่อการร้าย และหันกลับไปที่เรื่องสงครามเย็นระหว่างตะวันออกกับตะวันตกแบบเก่า?

อย่างไรก็ตาม ถ้าสาธารณชนจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในความหวาดกลัวว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 การก่อการร้ายก็จะต้องยอมให้สื่อทำการทดสอบความถูกต้องอีกครั้ง

 

ที่มา http://www.rt.com/op-edge/323541-turkey-isis-plane-russia/
เขียนโดย แคเธอรีน ชัคดัม
http://www.abnewstoday.com/6077


โพสต์การตอบสนอง

ใหม่ล่าสุด
10 คืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนท่านนบี ซ.ล. ทำอะไร ? 10 ข้อควรรู้ในช่วงสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน 11 สิ่งที่คุณควรทำในค่ำคืนของเดือนรอมฎอน ดุอาอฺในวันอีด เลิกซะ 7 สิ่งที่ทำให้ริสกี ของคู่ชีวิตลดลง ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สุดยอด! อ่านซูเราะฮ อัล-มุลกฺ ทุกคืน แล้วคุณจะปลอดภัยจากสิ่งนี้ สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ หนังสืออนุมัติวันลาหยุดทหารเนื่องในวันอีฏิ้ลฟิตริ ฮ.ศ.1438 ปิดใจ ฮีโร่หนุ่มมุสลิมช่วยชีวิตเหตุเพลิงไหม้แฟลตในลอนดอน ใครที่จำเป็นต้องถือศีลอดรอมฎอน หะดีษเก๊! ผลบุญการละหมาดตะรอเวี๊ยะห์ 30 คืน ในเดือนรอมฎอน หยุดแชร์ ละศีลอดก่อนดวงอาทิตย์ตก สาส์นของท่านศาสดามูฮัมหมัด นักธุรกิจมุสลิมกว่า 100 ท่าน ร่วมพลังงานละศีลอด มุ่งมั่นเดินหน้าร่วมมือธุรกิจ จุฬาฯ ประกาศดูดวงจันทร์กำหนดวันที่ 1 เดือนเซาวาล (วันอีฎิ้ลฟิตริ) 1438 ฮีโร่มุสลิมช่วยชีวิตประชาชนชาวแฟลตที่ถูกไฟไหม้ในอังกฤษ ศาลอุทธรณ์ถอนคำสั่ง“ทรัมป์”ห้ามมุสลิมเข้าประเทศ อีกแล้ว! นอร์เวย์เสนอร่างกฎหมายห้ามแต่งกายปิดหน้าในโรงเรียน
เกี่ยวกับองค์กร  •  RSS  •  ติดต่อเรา
The Leader